Lukla Airport – One of life’s great experience

กลับมากับเนื้อหาพิเศษ เฉพาะ Lukla Airport จริง ๆ แล้ว สนามบินนี้ มีชื่อว่า Tenzing-Hillary Airport 
เริ่มเปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1964  และ ในปี 2008 ได้ถูกเปลี่ยนเป็นชื่อนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่  Sherpa Tenzing Norgay and Sir Edmund Hillary สองท่านแรกผู้พิชิตยอดเอเวอร์เรส และ ยังได้ร่วมกันปรับปรุงสนามบินนี้ให้ดีขึ้น ไม่ใช่เฉพาะ รับส่งนักเดินทางเท่านั้น แต่ไว้ขนส่งลำเลียงข้าวของ เครื่องใช้ อาหารทุกอย่าง มาที่นี่

The History Channel ยังจัดให้ที่นี่เป็นสนามบินที่อันตรายที่สุดในโลกด้วย

ณ ความสูง 2860 เมตร ขนาดรันเวย์ กว้าง 20 เมตร ยาว 450 เมตร เป็นทางลาดเอียง เพื่อช่วยชะลอความเร็วของเครื่องบินตอน landing และ ยังส่งกำลังให้ตอน take off
สุดทางรันเวย์ ฝั่งหนึ่งเป็นกำแพง อีกฝั่งเป็นหน้าผา ที่ลึกประมาณ 600 เมตร
เรียกได้ว่านักบินของที่นี่ ต้องมีทักษะเยอะมาก ๆ

[ ขอบคุณภาพจาก : http://www.slate.com/ ]

1385397290-crop-promo-large21385397136-crop-promo-large2

1024px-rk_0602_00811_luklaanflug

เปิดตัวกันด้วยรูปภาพและข้อมูลข้างบนแล้ว กลับมาค่อย ๆ แชร์ประสบการณ์ที่เรียกได้ว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตของพวกเรา (แต่อาจจะมี ครั้งที่สองก็ได้ ฮ่า)  ในแบบเนื้อหาเบา ๆ เล่าไปเรื่อย ๆ กันนะคะ

ในวันที่ 2 ของทริป พวกเรามาสนามบินกันแต่เช้า เมื่อวาน Babu (เจ้าของ บ.ทัวร์) บอกว่า เราได้ไฟล์ทที่ 2 เวลา 7:45 น. นัดเวลามารับที่โรงแรม 05:30 น.

p1090034p1090040p1090042

เคยมาเยือนที่นี่ เมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ด้านในยังเหมือนเดิม แต่ตอนนี้มีอาคารใหม่ด้านนอก ที่กว้างขวางกว่าเดิม ดูเหมือนสร้างใกล้จะแล้วเสร็จเต็มที น่าจะรองรับนักเดินทางได้มากขึ้น

20160405_06280220160405_075857

เราบินกับ Tara Air การเช็คอินที่นี่โกลาหล งงงวย มาก จากไฟล์ท 2 เวลา 07:45 น. ที่คิดไว้ เจ้าหน้าที่เช็คอินบอกว่าเราได้ไฟล์ท 3
ตอน 8:00 น. ยังอยู่หน้าเคาเตอร์อยู่เลย กว่าจะได้ boarding pass เกือบ 9:00 น. พอได้มาเรียบร้อย ก็เข้าไปรอด้านในกัน มี security check นิดหน่อย ด้านในโปร่งโล่ง สว่าง นั่งสบายกว่าด้านนอก

p1090048p1090052p1090056

ซูซิล (ไกด์) บอกว่า ใน 1 ไฟล์ที่บินไป Lukla จะมีเครื่องบิน 4 ลำ แต่ละลำจะรับผู้โดยสาร 15-16 คน เปิดงานกันตอนเช้า 4 ลำแรก ก็รับผู้โดยสารจาก Kathmandu บินไปส่ง Lukla  พอคนลง ขนข้าวของลง ก็รับผู้โดยสารจาก Lukla กลับมาใหม่ จบ loop แรก

เราได้ไฟล์ทที่ 3 ฉะนั้น ก็ต้องรอไป ระหว่างนี้ ใจเย็น ๆ นั่งเบื่อก็เดินเล่นวนอยู่ในนั้น ซื้อกาแฟกิน เดินดูร้านขายของ เข้าห้องน้ำ กลับมานั่งใหม่ พอสาย ๆ คนเริ่มเยอะ เก้าอี้เริ่มไม่พอนั่ง ขณะเดียวกัน ในใจก็ภาวนาให้ท้องฟ้ายังเปิด แดดออกจนถึงรอบของเรา ไม่งั้นอาจจะโดนยกเลิก ต้องมารอใหม่วันพรุ่งนี้

11:30 น. เจ้าหน้าที่หน้า Gate ประกาศเรียก เย้ ! ได้ออกไปขึ้นรถซักที ถึงเครื่องบินแล้วยังต้องนั่งรอบนรถซักพัก เพราะ ต้องลำเลียงสัมภาระของรอบก่อนที่มา Lukla ลง และ เอาของพวกเราขึ้นเครื่อง ทำความสะอาด และ เติมน้ำมัน

p1090059p1090060p1090067p1090065p1090072p1090074

ขึ้นเครื่องได้แล้ว ก็เลือกที่นั่งได้เอง ฝั่งขวาเป็นเก้าอี้คู่ ซ้ายเดี่ยว
แอร์โฮลเตส ปิดประตูเครื่องบินเรียบร้อย ก็อธิบาย safety guide เดินแจก ลูกอมและสำลี สำหรับช่วยลดเสียงดังและอาการหูอื้อ

p1090078p1090079p1090080p1090082

Take Off แล้ว อีก 45 นาที เท่านั้น เราจะไปถึง the world most dangerous airport

20160405_120944p1090086p1090088

20160405_122747
รุ่นนี้ ล้อไม่ต้องปิด พร้อม landing

นั่งไปลุ้นไปตลอดทาง  รู้สึกตัวเบา ๆ หวิว ๆ ไปได้เกินครึ่งทาง เครื่องบินตกหลุมอากาศ เห็นคนนั่งหน้าเรา ตัวลอยขึ้นมาเลย เสียวไส้มากกกกก เวลาบินผ่านกลุ่มเมฆทึบ ๆ นี่ เราลุ้นมาก

บินมาได้พอสมควร วิวด้านล่างเริ่มมีแต่หุบเขา ขนาบสองข้าง แล้วเครื่องก็บินต่ำลงเรื่อย ๆ จะสุดท้าย เย้ยยยยยยยย ไมกัปตันบินใกล้ภูเขาขนาดนี้ วินาทีที่แอบตกใจ ล้อเครื่องบินก็แตะพื้นรันเวย์ทันที คือ ไม่รู้เลยว่าถึงแล้ว เพราะนั่งแถวหลัง วิวข้าง ๆ ก็ยังเห็นแต่ภูเขา โอยยยย ถึงซักที !!

ไปถึงที่นั่น ท้องฟ้าเริ่มอึมครึม ยังมีเครื่องบิน landing ต่อจากไฟล์ทเราอีก 2 ลำ และ ทุกลำก็บินกลับ Kathmandu

20160405_124737120160405_124750p109009920160405_124858120160405_12511720160405_124852120160405_1253461

รอกระเป๋าแป๊บเดียว ไกด์พาเดินไปกินมื้อเที่ยง ณ โรงแรม ที่เราจะกลับมาพักอีกทีหลังจบทริปเดินป่า

20160405_12565520160405_12570420160405_12574120160405_125859

กินมื้อเที่ยงเรียบร้อย ลูกหาบก็มาตามนัด พวกเราเริ่มออกเดินเท้ากัน วันนี้เดินวอร์มเบา ประมาณ 3 ชม. ไป Phakding ที่ความสูง 2,610 เมตร

ผ่านย่านร้านค้า ที่พัก แหล่งบันเทิง ของ Lukla  เป็นเมืองที่เจริญจริง ๆ ผิดกับ route ปี 2015 ที่เราไป Langtang & Gosaikunda

p109010820160405_13404520160405_13413320160405_13415920160405_13435120160405_13451920160405_134532 20160405_13444720160405_134539

ทำความรู้จักกับ Lukla กันพอสมควร จากนั้น อีก 10 วัน พวกเราย่ำเท้ากันไปในดินแดนแห่งเทือกเขาหิมาลัย จนวันสุดท้าย ได้มาถึง เราได้กลับมาพักที่นี่หนึ่งคืน

ตามตาราง ในวันที่ 14 เม.ย. เราต้องบินกลับ Kathmandu และ กลับไทย วันที่ 16 ส่วนใหญ่ในแพคเกจ จะบวกวันเดินทางไว้ 1 วัน แบบนี้ เผื่อไว้สำหรับการยกเลิกเที่ยวบิน Lukla

ในอดีตเมื่อปี 2011 ปลายเดือนตุลาคม เกิดสภาพอากาศไม่เป็นใจ ทำให้มีการยกเลิกเที่ยวบินติดต่อกันถึง 7 วัน ช่วงนั้นเป็นฤดู trekking ด้วย ทำให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวติดอยู่นั่นเกือบ 3,000 คน เมื่อไร้เที่ยวบิน อาหารหรือของใช้ต่าง ๆ ก็ถูกขนส่งมาไม่ได้เช่นกัน ค่าสินค้า ที่พัก อาหาร ก็เริ่มแพงขึ้น ส่วนไกด์เราเคยติดอยู่ที่ 3 วัน จนสุดท้ายลูกค้ายอมจ่ายค่าเฮลิคอปเตอร์เพื่อกลับ Kathmandu

หากไม่กลับทางเฮลิคอปเตอร์ อีก 1 วิธี คือ ต้องเดินเท้าประมาณ 7-8 วัน ไปเมือง Jiri และ นั่งรถบัสกลับ Kathmandu เป็นเวลา 9 ชั่วโมง วิธีนี้ หากคิดค่าที่พัก อาหารทุก ๆ คืน จะแพงกว่าค่าตั๋วเครื่องบิน

แต่เราโชคดีที่ได้บินตามตารางที่วางแผน เช้าตรู่ วันที่ 14 อากาศดีมาก กินข้าวเช้ากันตอน 05:30 น. ไปถึงสนามบิน 06:00 น. เช็คอินได้ ไฟล์ทแรก ลำที่ 4

p1090485p1090486p1090491

แต่ก็ตามสไตล์เนปาลี ตัวเลขในเอกสารไม่มีความหมายใด ง่าย ๆ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ
ลำที่ 4 ของสายการบิน Tara Air ก็จริง แต่มาถึงก่อนลำ 1 2 3 สรุป พวกเราได้บินกันแต่เช้า เฮ้ !
รัดเข็มขัดเรียบร้อย การผจญภัยครั้งสุดท้าย ก็เริ่มต้น ทุกคนบนเครื่องลุ้นกันตัวโก่ง ตอน take off เพราะหมดจากรันเวย์ก็คือเหว ลึก 600 เมตร  emergency exit ในคู่มือ safety guide นี่ไร้ความหมายไปเลย

ไฟล์ทนี้ค่อนข้าง smooth อากาศดี ท้องฟ้าโปร่ง เรานั่งฝั่งขวาเหมือนเดิม แต่วิวสวยกว่าเดิม เห็นเทือกเขาหิมาลัยตลอดระยะทาง บินซักพัก อากาศในห้องโดยสารเริ่มหนาว กัปตันเลยเปิด heater ได้กลิ่นเหมือนอะไรไหม้ ๆ นิดหน่อย ตอนเพิ่งเริ่มเปิด ใจก็แวบไปวิตกจริตอีก “เฮ้ยยย กลิ่นไหม้ มีไรผิดปกติป่าว” คือ จิตใจต้องรู้เท่ากันความฟุ้งซ่าน ปรุงแต่งตลอดเวลา พยายามอยู่กับลมหายใจตัวเองสุด ๆ ในชีวิตนี้ เคยนั่งเครื่องบินขนาดย่อมอยู่หลายครั้ง เนปาล และ ฟิลิปปินส์ เคยเจอเครื่องบินตกหลุมอากาศยาวนานมากกกก แต่ตอนนั้นไม่รู้สึกกลัวอะไร น่าจะเพราะเราไม่ได้รับรู้เรื่องความน่าอันตรายมาก่อน

กัปตันค่อย ๆ ลดระดับ landing ที่ Kathmandu ได้อย่างนิ่มนวล พอล้อแตะพื้น ใจเราโล่ง เบาหวิวไปเลย สิ้นสุดการเดินทางอันน่าประทับใจ

ปิดท้ายวันนี้ด้วยอีกคลิปนึง ดูความวุ่นวายที่สนามบิน Tenzing-Hillary  คนทำคลิปใส่คำบรรยายได้น่ารักดี เพิ่มความสนุกสนานในการรับชม

 

Advertisements