Ep 11 Finale : Day 10 & 11 Fly Fly Fly to home sweet home

อรุณสวัสดิ์ยามเช้า ข้างนอกฟ้ายังไม่สว่างดี

จัดการธุระส่วนตัว เก็บสัมภาระ ทำความสะอาดภายในรถ รวมทั้งเรื่อง dump dump

เหมือนเคย ก่อนคืนรถ ต้องเคลียร์ถังปฏิกูล เติมน้ำสะอาดให้เต็มถัง

เติมน้ำมันคืนให้เต็มถังเช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้เราไม่ต้องเติมแก๊สคืน

เพราะ เราได้ Pre-purchase LPG รวมไว้ใน Bonus Pack ตอนที่เราเช่ารถ

ถ่ายรูปอำลา Lakeview Holiday Park

และ ออกเดินทาง นำรถบ้านไปคืน ขั้นตอนการคืน ก็แสนง่ายดาย บริษัทไม่ได้ตรวจเช็คอะไรมาก

มาถึงสนามบิน Queenstown ด้วยความรวดเร็ว

breakfast กันก่อน

สนามบินที่ Queenstown น่ารักดี ขนาดกำลังดี ได้นั่งชมวิว ดูเครื่องบินขึ้นลง เพลิน ๆ

ได้เวลาขึ้นเครื่อง เราไปกลับ JetStar ที่นั่งกว้างสบาย

ถึง Auckland ตรงเวลา แต่ติดตรงที่ พวกเรารอรถจากโรงแรมมารับนานมาก ๆ

พอถึงโรงแรม ให้ทางโรงแรมเรียกแท๊กซี่ เพื่อเข้าเมืองให้ ก็รอนาน ๆ อีกรอบ

เป็นแท๊กซี่ชาวอินเดียเจ้าเดิม ที่เราเคยใช้บริการครั้งก่อน

รอบนี้ เราเลยนัดให้แท๊กซี่มารับตอนค่ำ จากในเมืองเพื่อกลับโรงแรมด้วย

กว่าจะได้เข้าเมือง พวกเรารอจนหิว หาอะไรใส่ท้องก่อน

แฮมเบอร์เกอร์เจ้าเก่าดั้งเดิม ราคาประหยัด

เราสั่ง Aucklander ตามภาพล่างนี้ เจอขนาดแล้วน่าตกใจมาก ๆ จนลืมถ่ายรูป

แล้วก็เดินเล่นในเมือง วนไปวนมา เจอฝนตกเบา ๆ

มีชายหนุ่มผู้กล้า 3 คน เล่นเครื่องนี้ ยืนเชียร์กันหน่อย

เป็นวันที่ชีวิตไร้จุดหมาย รอเวลาให้ฟ้ามืดเท่านั้น ฮ่า ๆ

อยากไปลองดูจัง สถานที่ ชื่อ NEW LYNN

คืนแรกที่เรามาพักที่ Auckland เล็งร้านอาหาร Botswana Butchery ไว้ http://goodgroup.co.nz/botswana-butchery/auckland/

ร้านหรูหราดูดี ตั้งอยู่ตรงท่าเรือเฟอรี่

มีนักท่องเที่ยวโต๊ะติดกัน เป็นผู้สูงวัยชาวแอฟริกาใต้ ใจดี มาถ่ายรูปให้พวกเราก่อน และ ต่อท้ายด้วยขอให้ไล้ถ่ายรูปคู่ให้

เป็นวิธีการขอความช่วยเหลือที่น่ารักดี

แต่ด้วยความสูงวัย รูปเลยออกมาเป็นแบบนี้ ^ ^

ยังอิ่มแฮมเบอร์เกอร์ยักษ์อยู่ เลยสั่งอาหารเบา ๆ มาคู่กับไวน์ขาว

ดื่มด่ำบรรยากาศ ย้อนระลึกที่ช่วงเวลา 10 วันที่ผ่านมา มีความสุขอิ่มเอม

จนได้เวลานัดพี่แท๊กซี่  พวกเรารอกันตรงหน้าทางเข้าท่าเรือเฟอรี่

อำลาค่ำคืนที่ Auckland ด้วยภาพนี้

zzZZzzZZZzzz …………

Day 11 วันนี้เราได้กลับบ้านกันละ แต่ยังพอถึงสนามบิน พบว่า ไฟล์ทดีเลย์ประมาณ 3 ชม.

จากที่เราจะถึง กทม ประมาณ 5 ทุ่ม ก็เลื่อนเป็น ตี 2

ได้ voucher รับประทานจากการบินไทย มาเป็นของปลอบใจ

จอขึ้นให้ Relax ก่อนนะจ๊ะ

ขวดนี้ ได้แต่ถ่ายรูป มิอาจเอื้อม – -‘

เค้าบอกให้ Relax พวกเราก็เชื่อฟัง

สุดท้าย ได้ภาพสื่ออารมณ์ภาพนี้มา และ ได้เวลาอำลา นิวซีแลนด์

ภาพนี้ เหมือนจะสื่อได้หลายอย่าง เราจำไม่ได้ค่อยได้แล้ว ว่าตอนถ่ายภาพ คิดอะไรอยู่

… เบื่อการรอคอย ไฟล์ทที่ดีเลย์

… คิดถึง การเตรียมตัวทำงานในวันพรุ่งนี้

… คิดถึง อนาคต และ ชีวิตความมั่นคง

… คิดว่า ทริปหน้าเราจะไปไหน

… หรือ คิดว่า ไม่อยากจากนิวซีแลนด์ไปเลย

แต่ ณ ตอนนี้ เราว่าอย่าไปคิดอะไรมากเลย ใช้ชีวิต ณ ปัจจุบันให้มีความสุข น่าจะเป็นการดีที่สุด ^ ^

Ep10 : Day 9 Ziptrek @ Queenstown

เมื่อคืนนี้นอนหลับสบาย อากาศไม่หนาวทรมานเหมือนคืนก่อน

มื้อเช้าวันนี้เรากินแบบง่าย ๆ เสบียงอาหารในตู้เย็นหมดเกลี้ยง เพราะ พรุ่งนี้เราจะคืนรถบ้านกันแล้ว

วันนี้เรามีกิจกรรมสนุก ๆ ที่ Queenstown แต่ก่อนออกเดินทาง ขอเก็บภาพสวย ๆ ของ Kinloch ไว้ในความทรงจำ

ลมแรงทีเดียว เห็นแสงแดดแบบนี้ วันนี้เราใส่เสื้อ กางเกง 2 ชั้น แถมเป็นผ้า fleece ด้วย หนาวเอาการ

ขับย้อนกลับไปทางเดิม มุ่งหน้า Queenstown โชคดีจัง ที่เจอฟ้าใส เพราะก่อนหน้านี้ดูพยากรณ์อากาศ บอกว่าจะมีฝนตก

โดยไม่ตั้งใจ ว่าจะขึ้น Skyline Gondola แต่กิจกรรมที่เราจะไปทำอยู่ข้างบนนี้

ยังมีเวลาเหลือ แวะทานอะไรรองท้องกันก่อน

แล้วก็หาที่นั่งชิล ๆ ชมวิว

ดูหนุ่ม  ๆ สาว ๆ ปั่นจักรยาน

ได้เวลาที่เรารอคอย

แอบตื่นเต้นนิดหน่อย

เราซื้อทัวร์ Ziptrek Moa 4-Line Tour แบบ 4 เส้น สำหรับผู้เริ่มต้น  http://www.ziptrek.com/queenstown-new-zealand/tours/moa-4-line-tour

มีไกด์ 2 คน คอยดูแลกรุ๊ปของเรา ไกด์คนนึง จะห้อยตัวไปรอรับที่จุดหมาย ส่วนอีกคนอยู่กับพวกเรา คอยตรวจเช็คอุปกรณ์ สาธิตท่าทาง และ วิธีเล่น ส่งพวกเราออกไปจนครบ แล้วค่อยห้อยตัวตามมา

เส้นแรก ไล้ออกไปคนแรก และ รอถ่ายรูปให้เราก่อน

อันนี้ เส้นที่เท่าไหร่ จำไม่ได้ละ ฮ่า ๆๆ

แต่ละเส้น ต้องใช้เวลารอทุกคนให้เล่นครบนานพอสมควร ในกรุ๊ปเรามีประมาณ 12 คน

ระหว่าง จุดต่าง ๆ ไกด์จะอธิบายเรื่องพันธ์ไม้ นก สัตว์ป่า หรือ ประวัติของสถานที่ต่าง ๆ  ให้เข้ากับธีม Eco Tour

เราขอออกก่อนไล้บ้าง จะได้ไปรอถ่ายรูป

ใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. กว่าจะเล่นครบ 4 เส้น เกือบจะ 5 โมงเย็น

ไกด์ให้พวกเราถอดอุปกรณ์และนำทางพวกเราไปยังจุดเริ่มต้น

พระอาทิตย์ใกล้จะตก อากาศเริ่มเย็น ยิ่งอยู่ในป่า เย็น ๆ ชื้น ๆ ทำให้ต้องรีบเดินเร็ว ๆ เพื่อคลายหนาว

กลับลงมาในเมือง เดินเล่นกันอีกซักหน่อย

แวะ Lululemon ที่ Queenstown ได้เสื้อโยคะมาอีก 1 ฮ่า ๆๆ

เดินเล่นเรื่อย ๆ รอเวลาดินเนอร์ จนในที่สุด ได้ร้านวิวเหมาะ ๆ

ได้ลิ้มรสอาหารนอกบ้าน เหมือนคนอื่นเค้าบ้าง :D

มื้อเย็นอันแสนอิ่มเอม ทานไป ชมวิวไป เพลิดเพลินอารมณ์

คืนนี้เราพักที่เดิม Lakeview Holiday Park เราว่าตำแหน่งที่ตั้งของที่นี่ ใกล้ Town Center ที่สุดละ (สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้รถบ้านนะคะ)

http://www.holidaypark.net.nz/accommodation/

กลับมาถึงรถ ค่อย ๆ ทยอยเก็บสัมภาระ เพราะ พรุ่งนี้เช้า มีนัดคืนรถบ้าน

คืนสุดท้ายที่ เกาะใต้ แต่มันคงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของทริปนิวซีแลนด์

เชื่อแน่ ๆ ว่า อีกซักหลาย ๆ ปี ผ่านไป เราคงจะแวะมาเยี่ยมเยือนใหม่อีกแน่นอน

Ep9 : Day 8 Horse Riding at Glenorchy

Welcome ตัวเอง back !!! ช่วงที่ผ่านงานค่อนข้างล้น ใช้สมองทำงานหลายอย่าง ไม่เหลือให้มาเขียน blog

ได้แต่แอบคิดถึงอยู่ในใจ ว่าเราหายจาก blog ไปนาน และ ยังติดค้าง รีวิว ที่นี่อยู่

รื้อฟืนความจำเล็กน้อย คราวก่อน camping ที่ Moke Lake เป็นคืนที่หนาวที่สุด ในทริปนี้

นอนกลางป่า ข้างลำธาร โดนไม่มีฮีตเตอร์ เมื่อคืนเลยจัดเต็มกับชุดนอน

3-4 ชั้น อย่าได้แคร์ !!!

แลกกับวิวงาม ๆ แบบนี้

หลังทำอาหารเช้า เก็บล้างจานชาม เราเผชิญปัญหาเรื่องไฟสำรองหมด น่าจะเป็นเพราะใช้เครื่องดูดควันตอนทำกับข้าวนานเกินไป

พอถึงคิวเราอาบน้ำ เลยต้องย้ายรถไปให้ห่างจากเพื่อนบ้าน และ สตาร์ทรถทิ้งไว้ เราจะได้ใช้ปั๊มน้ำได้

ไล้ถ่ายรูป ชมวิวไปพลาง ระหว่างรอเราจัดการธุระส่วนตัว

เรียบร้อยแล้ว ออกเดินทางสู่ Glenorchy

วันนี้มีนัดกับ Dart Staples    http://www.dartstables.com/ ไว้ เราจองทัวร์ขี่ม้า The Ride of the Rings รอบ 13:30 น.

จาก Moke Lake campsite ไป Glenorchy ใกล้นิดเดียว แผนเลยหลวม ๆ ค่อย ๆ ขับรถ ชมวิว

เริ่มเข้าสู่ทางหลัก มี Lake Wakatipu อยู่ทางด้านซ้ายมือ

มาถึง Glenorchy ก่อนเที่ยง

มองหา Dump Station กัน เมืองนี้ไม่มี public dump station เลย เราจึงต้องใช้บริการ dump station ของ holiday park

ค่าบริการ 10 NZD สำหรับ แขกที่ไม่ได้พักที่นี่ แต่เจอปิดพักเที่ยง เราเลยไปหาไรรองท้องกันก่อน

เสร็จแล้วก็ไปเดินเล่น ที่ Glenorchy Lagoon Walkway มีแผนที่ และ option การเดินให้เลือก

เดินผ่านสนามกอล์ฟ สภาพหญ้าแห้งแล้ง แฟร์เวย์ กับ รัฟ แยกกันไม่ออก

จากอากาศหนาว ๆ  ได้ใช้พลังงาน ร่างกายเริ่มอบอุ่น

หมดรอบ Glenorchy Walkway ยังไม่ถึงเวลาขี่ม้า แวะชมวิวที่ Lake อีกซักหน่อย

เริ่มใกล้ได้เวลา เราแวะ dump station อีกที เจอเจ้าของ และ ได้ใช้บริการซักที

อ้อ …. ! เนื่องจาก เราประสบปัญหาเรื่องไฟ ช่วงเช้า วันนี้เราเลยปิดไฟตู้เย็นตั้งแต่ออกจาก Moke Lake เพราะคืนนี้เราวางแผนจะพักที่ DOC campsite อีกแห่ง เราเลยต้องประหยัดไฟไว้

มาถึงแล้ว Dart Staples จ่ายค่าทัวร์ คนละ 175 NZD

แล้วก็เลือก หมวก กับ รองเท้าบู้ท

แต่ไม่ได้ใช้บริการเสื้อโค้ท

เสื้อผ้า หน้าผม พร้อม !

เสร็จแล้ว พวกเราขึ้นรถบัส ไป Paradise ที่เป็นฉากถ่ายทำ The Lord of the Rings

มีไกด์สาว รอพวกเราอยู่ (คนที่ใส่บู้ทสีแดง) ในกลุ่มเรามี 5 คน เป็นชาวฮ่องกง 2 คน ยุโรป 1 และ พวกเรา

ไกด์แนะนำ จัดแจงม้าที่ดูจะเหมาะสมกับพวกเราให้

เราได้ขี่ น้อง Freddy

ส่วนไล้ ขี่เจ้า Pips

เป็นการขี่ม้าครั้งแรกของพวกเรา สนุกและตื่นเต้นมาก วิวบนหลังม้า สูงเอาเรื่อง ตกลงไป มีหวังส่วนใดส่วนหนึ่งแตก หัก หรือเดาะ ได้เลย

ไกด์นำพวกเราเดินลัดเลาะเข้าไปยังป่า ขึ้นและลงเนินเขาเตี้ย ไปยังจุดถ่ายทำหนัง

แรก ๆ ก็เกร็ง ๆ พอเริ่มคุ้นเคยกับม้า พวกเราเริ่มผ่อนคลาย ค่อยปล่อยมือ ถ่ายรูปกัน

ขี่ม้ากันนานพอสมควร อิ่มอกอิ่มใจ มาถึงไฮไลท์สุดท้าย ไกด์สาว พาพวกเราไปยังจุดชมวิว และ ถ่ายรูป

และ ก็พาเรากลับไปที่คอกม้า ให้น้องม้าได้พักผ่อน

รถบัสพาเรากลับมาที่บริษัท เวลาค่อนข้างเย็น

พวกเรารีบบึ่งรถไปยังที่พักของเรา Kinloch Campsite http://www.doc.govt.nz/parks-and-recreation/places-to-stay/conservation-campsites-by-region/otago/queenstown-wakatipu/kinloch/

เป็น Campsite ริมทะลสาบ มีนักท่องเที่ยวมาตั้งแค้มป์กันพอสมควร

ไม่รีรอ เปิดเตาบาร์บีคิวทันที

เป็น มื้อเย็น ที่อร่อยเป็นพิเศษ เพราะวันนี้ใช้พลังงานไปกับเจ้า Freddy และ Pips ทั้งบ่าย

ส่วน Campsite นี้ ค่อนข้างอบอุ่น อยู่ใกล้กับชุมชน ทำให้คืนนี้เรานอนหลับสบาย ไม่มีเรื่องไรให้กังวล

วันนี้เป็นอีกวัน ที่สนุก ตื่นเต้น เราประทับใจกับการขี่ม้ามาก ๆ

หากทริปหน้า ครั้งหน้ามีโอกาสได้ขี่ม้า เรจะไม่รีรอเลย :)

Ep8 : Day 7 Back to paradise at Moke Lake

สวัสดีจ้าาาา ห่างหายไป 2 อาทิตย์ ติดภารกิจหน้าที่การงาน

วันนี้ได้ฤกษ์กลับมาเขียนต่อ

ความเดิมตอนที่แล้ว เป็นคืนสุดท้ายที่ Southland แวะพักครึ่งทริป ซักผ้ากันที่ Invercargill Kiwi Holiday Park

เช้าวันใหม่ ถึงแม้จะมีครัวส่วนกลางน่ารัก ๆ แต่เราเลือกกินมื้อเช้ากันในรถบ้านเหมือนเดิม

ที่นี่ไม่คิดค่าใช้ห้องอาบน้ำ เราเลยได้น้ำแรง ๆ ที่กว้าง ๆ กางแขนขาได้ ภารกิจส่วนตัวเรียบร้อย Dump Station เรียบร้อย ออกเดินทางกันต่อ

ฝนตกปรอย ๆ วันนี้ไม่ค่อยมีแผนอะไร แค่เป็นการย้ายเขต กลับมาฝั่ง Queenstown

ระหว่างทาง มีสัญญาณโทรศัพท์ เราโทรไปจองทัวร์ ขี่ม้า กับ Ziptrek ไว้

ค่อย ๆ ขับ ชิล ๆ ไม่รีบร้อน

เจอเมืองเล็ก ๆ ระหว่างทาง น่ารัก ๆ เลยแวะเติมเสบียงบางอย่าง

ถ้าไม่เป็นคนสังคมจ๋า ได้มาอยู่เมืองเล็ก ๆ แบบนี้คงจะดี ไม่มีมลภาวะ ไม่มีความวุ่นวาย

ขอแค่มีเน็ตก็พอ ฮ่า ๆ

ล้อหมุนกันต่อ

ระยะทางไม่ค่อยไกล เรามาถึง Kingston Flyer http://www.kingstonflyer.co.nz/ แปลว่าอีกนิดเดียวก็ถึง Queenstown

https://i1.wp.com/www.kingstonflyer.co.nz/assets/galleries/12/flyer_kingston_2_s.jpg

https://i2.wp.com/www.kingstonflyer.co.nz/assets/galleries/12/passengers_5_s.jpg

[ เดรดิตภาพ http://www.kingstonflyer.co.nz ]

ผ่านมาคราวนี้ ไม่เจอรถไฟ แต่ขอแวะจอดรถกินมื้อเที่ยง

ทำแซนวิชกินง่าย ๆ ประหยัดแก๊ส ประหยัดน้ำ

และ ตบท้ายด้วย English Toast Ponder Ring with Strawberry & Whipping Cream อ่ะ ฮ่ะ ฮ่ะ ชื่อนี้เราตั้งเอง เพราะรสชาติและ texture มันเป็นแบบนั้น

ชิ้นใหญ่มากมาย ไม่สามารถกินได้หมด

ออกเดินทางกันต่อ  เริ่มเห็นแสงแดดอยู่รำไร

ถึงแล้ว Lake Wakatipu ถนนเส้นนี้ สวยจริง ๆ

แล้ว เราก็มาถึง Queenstown วันนี้เป็นแค่ทางผ่าน เพราะจุดหมายของเราคือ Moke Lake campsite

เลี้ยวซ้ายไปทาง Glenorchy

ถ่ายรูปบรรยากาศเมือง Queenstown ให้ชมกัน

ทั้งหมดของ นิวซีแลนด์ เราว่าแถบ Queenstown สวยที่สุดแล้ว มีครบทุกอย่าง วิว กิจกรรม ความเจริญ และ ความสงบ

และแล้วเราก็มาถึง Moke Lake campsite http://www.doc.govt.nz/parks-and-recreation/places-to-stay/conservation-campsites-by-region/otago/queenstown-wakatipu/moke-lake/

แค่ทางเข้า ก็สุดบรรยาย ร่างกายโหยหาธรรมชาติงาม ๆ

มาถึงแล้ว สถานที่ตั้งแค้มป์ ขอบอกว่า ณ จุดนี้ อากาศหนาวมากกกกกกกกกกก บรื๋ออออ ต้องเปิดฮีตเตอร์ตอนขับรถ

อากาศเย็น ๆ ชื้น ๆ ไม่มีความอบอุ่นจากแสงแดด ตอนนั้นเวลาประมาณ 16:00 น.

คืนนี้ พวกเราต้องอยู่แบบไม่มีฮีตเตอร์ คงต้องห่อตัวเองหลาย ๆ ชั้น

กิจกรรมของที่นี่  มีมากมาย ปั่นจักรจาน ทัวร์ขี่ม้า เดิน หรือ ขับ ATV

มาถึงเห็นรถจอดอยู่หลายคัน เหมือนมาทำกิจกรรมกันตั้งแต่เช้า

พวกเราหาทำเล จอดรถกันเรียบร้อย

เป็นลานกว้าง ๆ ล้อมรอบด้วยภูเขา

อยู่ข้างนอกได้แป๊บเดียว ร่างกายยังปรับตัวกับความหนาวเย็นไม่ได้ ต้องเข้าไปในรถ พึ่งพาสิ่งนี้

ใช้เวลาซักพักใหญ่ เราเปลี่ยนชุดที่อบอุ่นขึ้นมาอีกหน่อย

วอร์มอัพร่างกายเรียบร้อย พร้อมออกมาเดินเล่นกันต่อ

แสงแดดเริ่มกระทบยอดเขา

เราเดินตามทางขึ้นไปบนเขาเตี้ย ๆ ลูกนั้น

พอร่างกายเริ่มขยับ ตัวเริ่มอุ่น ไม่ต้องใส่ถุงมือแล้ว

แสงแดดเริ่มตกกระทบบริเวณที่เราตั้งแค้มป์ เราเลยได้ตั้งโต๊ะปิคนิคกัน

ส่วนไล้ วันนี้เป็นเด็กเลี้ยงเป็ด

วิวสวยจริง ๆ เหมือนได้ชาร์จจิตใจของเราให้เต็มร้อย

นั่งชมวิวจนแดดหมด อากาศเริ่มเย็น ย้ายกลับเข้ามาในรถกันต่อ

ค่ำคืนนี้ ขออำลาด้วยภาพนี้

อืมม…. ไวน์ขวดที่ 2 ยิ่งหนาว ยิ่งดื่มเยอะ 555++

Ep7 : Day 6 Slow travel … another day at Southland

มามะ มาต่อกันตอน 7

เช้านี้ ตื่นมา ชมวิวทะเล ท้องฟ้าครึ้ม ๆ เหมือนฝนจะตก

ต่อด้วยอาหารเช้า แบบครบ 5 หมู่ + ไฟเบอร์

[ ส้ม sunkist กับ golden nugget ผลไม้สุดเลิฟ ]

หลังอาหารเช้า และ ธุระส่วนตัวเรียบร้อย เราไปเดินเล่นรับลมทะเลกัน

ย้อนกลับไปดูที่จอดรถ

เดินฝ่าดงไม้ไปค่ะ

คลื่นลมสงบ

ถ่ายรูปเล่น เรื่อยเปื่อย

ภาพคู่มาเป็น collection แต่เหมือนจะนัดแนะกันไม่ลงตัว

ฮ่า ๆๆ ตานี่ ไม่ยอมมองวิวซักที มองแต่กล้อง

กว่าจะได้ภาพนี้

อ้อ อ่าวนี้ มีชื่อว่า Surat Bay ถ้ามาช่วงจังหวะดี ๆ จะได้เห็น สิงโตทะเล แต่พวกเราโชคไม่ดี ไม่เห็นซักตัว

เดินเล่นเสร็จ ก็รับผิดชอบหน้าที่เช่นเดิม

[ dump station ที่นี่ ธรรมชาติมาก ไม่มีป้ายบอก ให้เดินหา และ เดากันเอง ปรกติที่อื่น จะมีฝาปิดสี่เหลี่ยมไว้สำหรับเทสิ่งปฏิกูล และป้ายชัดเจน แต่ที่นี่ให้มาแบบ compact เฉพาะ ฝากลม ๆ สีขาวเท่านั้น ]

ระหว่าง ไล้ จัดแจ้งกับรถ เราก็ถ่ายรูปที่พักเล่น มีห้องพักแบบ studio ไว้สำหรับคนที่ใช้รถยนต์

เราเพิ่งจะได้เจอ เจ้าของ ซึ่งกำลังวุ่นอยู่กับการทำความสะอาดห้องพัก ก็ตอนนี้แหล่ะค่ะ

ชำระเงินเรียบร้อย ออกเดินทางกันต่อ

วันนี้ เรายังคงอยู่ที่ Southland แผนการวันนี้แบบหลวม ๆ ขับรถเพลิน ๆ จนไปถึงเมือง Invercargill นอนพักที่นั่น 1 คืน ก่อนเปลี่ยนไปเขต Otago (Queenstown)

[ แปะภาพแบบเห็นเงาสะท้อน จะได้อินว่าอยู่ในรถกัน ]

ถนนหนทาง แบบที่เราอธิบานในตอนก่อน … ผิดจากที่ จินตนาการ ว่าเป็นถนนขับเลียบทะเล

แล้วก็แวะ จุดชมวิวถัดไป  อากาศหนาว แบบชื้น ๆ ฝนตกปรอย ๆ

[ นายคนนั้นหน่ะ ที่ขาสั้น จะอึดไปไหน ]

แล้ว เราก็ไปต่อที่ Curio Bay หวังจะได้ดู เพนกวิน ซักฝูง

แต่วันนี้ อากาศไม่เป็นใจ ไม่เห็นทั้งสิงโตทะเล และ เพนกวิน ได้แค่ถ่ายภาพที่ระลึกอันนี้ไว้

ส่วนป้ายด้านล่าง อธิบายถึง fossil ที่อยู่ตรงนี้

ทีเห็น ก้อนดำ ๆ เป็น ซาก fossil

อืมมม แต่เราเป็นนักท่องเที่ยวประเภท ใช้ ตา หู จมูก เสพ ความงาม

ระบบการเรียนรู้ของเราจะไม่ค่อยทำงานเท่าไหร่ ฮ่า ๆ

อยู่ได้ซักพักเดียว ไม่ไหวค่ะ หนาวมาก ๆ มุ่งหน้าไปยังจุดหมายถัดไป

ยามบ่าย เริ่มหิว ขับรถหาที่เหมาะ ๆ เพื่อกินมื้อเที่ยงอยู่พักใหญ่

สายตาเหลือบไปเห็น FISH & CHIP คุณไล้ เบรคเอี๊ยด เลี้ยวทันทีทันใด

เดินเข้ามา อ้าว ไหงเป็น minimart

แต่พอเดินเข้าไปด้านใน มีครัวแอบอยู่

แล้ว มื้อเที่ยงมื้อนี้ เราก็ได้ Fish & Chip แสนอร่อย

[ จานเดียว  2 อิ่ม ]

อิ่มท้อง สมใจอยาก ไล้ได้ยินเราพูดถึง Fish & Chip อยู่หลายรอบ คราวนี้เลยไม่รีรอ ยอมเบรคตัวโก่ง

แล้วเราก็ไปกันต่อ

มาถึงจุดชมวิวสุดท้าย ตามแผนของวันนี้

นั่นคือ Stirling Point Lookout ที่ Bluff

ก่อนออกจาก Bluff แวะเติมเสบียงอีกนิดหน่อย

ลืมไปแล้วว่า พวกเราซื้ออะไรกัน แต่ดูจากรูป น่าจะแวะซื้อผัก

จริง ๆ ที่นี่ ขึ้นชื่อเรื่อง หอยนางรม แต่เราสองคน ไม่ค่อยนิยม

จาก Bluff ไปเมือง Invercargill ประมาณ 30 ก.ม. มี Holiday Park อยู่ 3-4 แห่ง

เราเลือก Invercargill Kiwi Holiday Park  http://www.invercargillkiwiholidaypark.co.nz/

ที่พักที่นี่ อบอุ่น น่ารักดี ลักษณะแบบ farm stay ช่วงเช้า ประมาณ 8:00 น. เราสามารถตื่นไปช่วยให้อาหารสัตว์ได้ด้วย

ตอนเช็คอิน เจ้าของแนะนำ ว่ามีโรงครัว ที่เพิ่งทำใหม่ หน้าตาน่ารัก ให้เราลองไปทำอาหารกินที่นั่นดู

ส่วนห้องน้ำที่นี่ ไม่คิดเงิน อาบน้ำได้ฟรี ( holiday park ที่อื่น ส่วนใหญ่จะคิดค่าใช้ห้องอาบน้ำ 2 NZD )

แล้วเราก็ถามเรื่อง ซักผ้า อบผ้า เธอว่า ครั้งละ 3 NZD พร้อมทั้งจัดแจงให้เราแลกเหรียญ และ แถมผงซักฟอกให้เรียบร้อย

เราขับเข้ามาเลือกที่จอดรถได้เอง และ ไป laundry กัน

ใช้เวลาปั่นผ้า 30 นาที ตั้งเวลาไว้ที่ไอโฟน เดินไปโรงครัวเตรียมอาหารเย็น

มีชื่อว่า THE BARN

วิวด้านหน้า

ด้านใน น่ารัก ดูอบอุ่น ต่างจากโรงครัวที่ holiday park อื่น

วันนี้ ทำกับข้าว สบายไปเลย กว้างขวาง ใช้น้ำได้เต็มที่

ควบ 2 ไปเลย

อาหารพร้อมทาน enjoy eating ไปหน่อยอ่ะ  ลืมถ่ายรูป ได้มาแค่รูปนี้

[ จ้วงไป 2-3 คำ จานเลยออกมาเลอะ ๆ ฮ่า ๆ ]

หม่ำเสร็จ เก็บล้างทำความสะอาดให้เรียบร้อย พื้นที่ส่วนกลาง เราต้องคิดถึงคนอื่นที่มาใช้ครัวต่อ

ปิดไฟโรงครัว และ เดินไปเก็บผ้าที่อบแห้งแล้ว

( ระหว่างเราทำอาหาร ไล้ช่วยเดินไปจัดแจงเรื่องผ้าต่อ ปั่นเสร็จอบต่ออีก 40 นาที )

หมดไปอีก 1 วัน วันนี้ไม่ได้มีไฮไลท์อะไรมาก แต่ก็สนุกไปอีกแบบ

สรุปว่า มาเที่ยวเขต Southland พวกเราไม่ได้ freedom camping กันเลย

แต่ holiday park ทั้ง 2 แห่ง ก็มีอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้พวกเราประทับใจ

หากเรารู้จักสรรหา เราจะเจออะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ ได้ทุกวัน

Ep6 : Day 5 Driving mode, heading to Southland

ทักทายกันด้วยรูปภาพแบบบ้าน ๆ เมื่อคืนหลับสบาย เช้าวันนี้ฝนตกปรอย ๆ นิดหน่อย

เริ่มต้นวันใหม่ ด้วยอาหารเช้า

[ เช้านี้ เราได้ใช้ไมโครเวฟ เพราะจอดนอนที่ holiday park เลยอุ่น baked bean ได้สะดวกหน่อย ]

ดูบรรยากาศภายนอก เงียบสงบ

วันนี้แผนการณ์ของเรา คือ เปลี่ยนจุดหมายไปยังเขต Southland คือ ทางตอนใต้สุดของเกาะใต้ ไปดูกันว่าทะเลทางนั้น เป็นอย่างไร

เรียบร้อยแล้ว ก็ออกเดินทางกัน วันนี้เป็นวันชมวิว เพราะจะใช้เวลาอยู่ในรถซะส่วนใหญ่

ทริปนี้ เราไม่ค่อยได้จอดรถถ่ายรูป ต่างจากทริปแรก ซึ่งตื่นวิว เดี๋ยวจอด เดี๋ยวจอด ^ ^

ตอนนี้ เราเลยผ่านกันไปแบบค่อนข้างไวนะคะ :)

เราค่อย ๆ ผ่านไปทีละเมือง บางช่วงก็มีวิวแปลก ๆ เปลี่ยนไป

จากทะเลสาบ เป็น เนินเขาเตี้ย ๆ

มาถึงเมืองทางผ่านเมืองนึง มีไร่ผลไม้ และ ร้านขายผลไม้ข้างทางเป็นระยะ

เจอร้านผลไม้น่าสนใจอยู่ร้านนึง เลยแวะดูซักหน่อย เผื่อมีอะไรติดไม้ติดมือ

เจอแต่ผลไม้ อยู่ในร้าน

มาถึงหน้าเคาเตอร์ เลยพึ่งจะเข้าใจว่า เป็นร้านแบบบริการตนเอง ให้หยิบมาชั่งเอง จ่ายเงินเอง

น่าชื่นชม ความซื่อสัตย์ของชาวกีวีจริง ๆ ใครแอบเอาไปกินฟรี ขอให้จู๊ด ๆ ละกัน

ไม่ได้อุดหนุนอะไรมา เพราะ เมื่อตอนช่วงเช้า เราผ่าน Cromwell และได้แวะร้าน Mrs Jones ที่นั่นแล้ว http://www.mrsjonesorchard.co.nz/

จึงออกเดินทางกันต่อ จนเจอเมืองเล็ก ๆ น่ารัก เลยแวะเติมเสบียงกันหน่อย

มาจ๊ะเอ๋กับมุมห้องน้ำ

[ เราเคยใช้ห้องน้ำแบบนี้ครั้งนึง ลืมไปแล้วว่าที่ไหน แต่จำได้ว่าตอนที่เข้า กลัวว่าธุระยังไม่เสร็จแล้วประตูห้องน้ำจะเปิดออกมาเอง ]

เติมเสบียงเสร็จ ก็แวะกินข้าวเที่ยง

มื้อนี้ทำกินกันแบบง่าย ๆ

เรามาถึง Southland ตอนประมาณ 15:00 น. ขับมาถึงที่นี่ ก็ยัง งง ๆ กันอยู่

แม้กระทั่ง ณ บัดนาว ที่เขียน blog ก็ยัง งง ๆ กับอาณาบริเวณแถว ๆ นี้อยู่เลย ขออธิบายแบบ งง ๆ

เราเดินทางมาตามเส้นทาง ที่เรียกว่า Southern Scenic Route ซึ่งเป็น ถนนวิวงาม ๆ โดยเริ่มต้นที่ Queenstown จนถึง Dudedin

อ่านเพิ่มเติมได้จากนี่ค่ะ http://www.southernscenicroute.co.nz/

ตอนแรก เราวางแผนจะไปเดินบนธารน้ำแข็ง ที่ Fox Glacier กันอีก (ทริปก่อน เดินบน Franz Josef Glacier) แต่หนทางจาก Queenstown ไป Fox Glacier สุดแสนจะยาวไกล และ ถ้าเราไปที่ Fox เท่ากับ เราแทบย้อนรอยทริปก่อนทั้งหมด เลยตัดแผนนี้ออก และ เปลี่ยนเป็น Southland แทน

จาก Southern Scenic Route ทั้งเส้น เราตัดส่วนหัวและท้ายออก นั่นคือ แถว Dunedin และ Te Anau – Milford Sound

จึงเหลืออยู่แค่ The Catlins , Invercargill และ Bluff ที่เป็นจุดหมายของเรา วางแผนแบบหลวม ๆ ไว้ที่ 3 วัน 3 คืน

เนื่องจาก ข้อมูลที่เที่ยวและรีวิว แถบนี้ มีน้อยนิด เลยกะว่ามาถึงที่ แล้วค่อยดูว่ามีอะไรให้ทำ

ว่าแล้ว เราก็เห็นทะเลทางใต้

แต่ ๆๆ งงอีกหนึ่งตลบ แถวนี้ไม่มีที่ให้ freedom camping เหมือนทางแถบ Kaikoura เลย

ภูมิประเทศช่างแตกต่างจากทาง Kaikoura ผิดกับที่เราจินตนาการ

ถนนหลักของทางนี้ จะคดเคี้ยวอยู่ในแผ่นดิน มีเนินเขาและหมู่บ้านขวางกั้นทะเลอยู่

พัก ๆ เราจะเจอป้ายบอกทางไปยังอ่าวต่าง ๆ เพื่อไปชมทะเล

ใครที่จะไปทะเล ก็ให้ตามป้ายบอก และ ขับไปตามทางอันคดเคี้ยว เพื่อไปยังทะเล

ไม่ใช่ ถนนงาม ๆ วิวทะเลยาว ๆ แบบทาง Kaikoura

แผนการ freedom camping รับลมทะเลของเรา เป็นอันต้องพับเก็บไป

ทำให้ เราเปลี่ยนแผนของ Southland ทั้งหมดทันที คือ ยุบคืนแรก กับคืนที่สอง มารวมกัน

เราเลยมุ่งหน้าต่อไปยังจุดหมายที่ 2 ของเรา ซึ่งหากไปประมาณ 40 ก.ม. ทันที พระอาทิตย์ใกล้ตกละ ทำเวลาหน่อย

ดีที่เราเล็ง holiday park วิวงาม ๆ ไว้แล้ว ของคืนที่ 2 ไว้แล้ว เลย ตั้ง GPS ไปที่นั่น

New Haven Holiday Park  http://www.newhavenholiday.com/  คือจุดหมายของเรา

ถ้าไม่มี GPS เราคงหลงทางกันหลายตลบ กว่าจะมาถึงที่นี่ได้ ถนนหนทางที่นี่อย่างกะเขาวงกต

เข้ามาถึง กดกระดิ่งที่ reception อยู่นาน คิดว่า เจ้าของไม่อยู่แน่ ๆ เลย จดโน๊ต แล้วเอาก้อนหินทับไว้ที่หน้าประตู เนื้อหาประมาณว่า

“เรามายืนรอนานแล้ว ไม่สามารถรอต่อไปได้ ขออนุญาติเอารถบ้านเราไปจอดที่ powered site ก่อน และ ป้ายทะเบียนรถของเราคือ FEY593 เย็นนี้หรือพรุ่งนี้เช้า เราค่อยมาจ่ายตังค์”

ขออนุญาติกันเองเรียบร้อย ขับเข้าไปหา ทำเลสวย ๆ

เจอช่องจอดหมายเลข 1 แบบซีวิว (ซึ่งเป็นช่องเดียว ที่มองทะเล)

ช่องจอด vip เฉพาะ รถของเราเท่านั้น

มีรถบ้าน จอดอยู่ 1 คัน ไม่มีคนอยู่เช่นกัน หายไปไหนกันหมดนะ

ซักพัก เราลองเดินไปที่ reception อีกที ก็ยังไม่มีคนมา ไม่สนใจละ พรุ่งนี้เช้าค่อยว่ากัน

จุดเตาบาร์บีคิว ทำอาหารเย็นกันเลยละกัน

อยากจะบอกว่า …  หลังจากภาพนี้ พวกเราลืมถ่ายรูปกันต่อ

เนื่องจาก วันนี้ขับรถเป็นระยะทางค่อนข้างไกล เลยหมดแรงถ่ายรูปเพิ่มเติม

เย็นนี้ เรานั่งกินอาหารกันที่โต๊ะด้านหน้า ชมวิวทะเล

น่าเสียดาย ที่มีหมอกบาง ๆ เลยไม่เห็นพระอาทิตย์ตก

แต่แสงสว่างบนท้องฟ้าที่ค่อย ๆ จางหายไป กับ เกลียวคลื่นเบา ๆ ที่กระทบหาดทราย ก็น่าประทับใจเช่นกัน

Ep5 : Day 4 Mt Iron & Wanaka Walk, stay at Glendhu Bay Lakeside Holiday Park

พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บบบบบบบบบบบบ !! เฟี้ยวววววว ฟู่ ฟู่ !!

เสียงลมแรงมากมาก พัดผ่าน Lake Hawae มายังรถบ้านที่จอดอยู่ กลางดึก

ทำเอาเราตื่นอยู่หลายรอบ แอบวิตกจริตว่า เราจอดรถกันปลอดภัยดีไม๊ ลมจะพัดแรงจนทำรถหงายท้องไม๊

อยู่ห่างจากน้ำเยอะพอไม๊ ตื่นมาน้ำจะขึ้นมาท่วมรถไม๊ โอ้ย ! เธอ มันไม่ใช่ทะเลน๊ะ !

คืนแรกในรถบ้าน เราถึงกับหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะ จอดนอนอยู่คันเดียว เพื่อนบ้านก็ไม่มี

แต่ก็เป็นแค่วิตกจริตเท่านั้น ทุกอย่างปรกติดีในยามเช้า

ว่าแล้วก็ วิญญาณแม่บ้านเข้าสิง เตรียมอาหารเช้า สำหรับครอบครัว

[รุ่นนี้ ไม่มีกาต้มน้ำมาให้ เอาหม้อขนาดเล็กสุดไว้สำหรับต้มน้ำดื่มกาแฟ]

ส่วน ไล้ ออกไปเดินเล่น รับอากาศบริสุทธิ์

เดินกลับมาบอกอากาศดีม๊ากกก ชวนกินอาหารเช้า นอกบ้าน

[ สภาพไข่ดาว ที่ทอดวันแรก เพราะยังไม่ชินกับกะทะ และ เหมือนเดิม ไส้กรอกเปลือกเกรียม ที่มีเพื่อนสุดที่รักแซวตลอด ตั้งแต่ทริปปีที่แล้วก็ เปลือกไส้กรอกเค้าบางนี่นาาาา เหมือนไส้กรอกอีสานบ้านเรา เห็นเกรียมขนาดนี้ บางชิ้น ข้างในยัง medium rare อยู่เล้ย]

[ ดื่มเสร็จ ค่อยนึกอยากจะถ่ายรูป ฮ่า ๆ ]

ที่ Wanaka เราเตรียมตัวหาข้อมูลสำหรับ day walk เพราะ ปีก่อนติดใจ Hooker Valley Track ย้อนดูรูปภาพสวย ๆ งามได้จาก link นี้ค่ะ

https://sakullak.wordpress.com/2012/05/03/ep-17-april-13-hooker-valley-track-very-impressed

มาคราวนี้ เราเล็งไปที่ Rob Roy Track ระยะทาง 10 กม. เท่ากับที่ Hooker Valley

http://www.doc.govt.nz/parks-and-recreation/tracks-and-walks/otago/wanaka-makarora/rob-roy-track/

แต่จังหวะไม่ดี ที่เว็บไซต์ของ DOC แจ้งว่า

The Rob Roy swingbridge will be closed until 4 May 2013 inclusive while a new bridge is built, limiting access to the track.

ก็เลยต้องพับแผนการณ์นี้ไป อดดูวิวงาม ๆ แบบภาพนี้เลย

( credit www.travel-explorer.com )

เลยเปลี่ยนตัวเลือกไปที่ Mt Iron Walk แทน

http://www.doc.govt.nz/parks-and-recreation/tracks-and-walks/otago/wanaka-makarora/mount-iron-track/

ระยะทาง 4.5 กม. เอง เราเลยไม่ต้องจัดรองเท้าผ้าใบมาเปลี่ยนเพราะ เส้นทางไม่ค่อยสมบุกสมบันเท่าไหร่

แผนของเราวันนี้เลย หลวม ๆ ชิล ๆ ไม่ต้องรีบ

จัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย พร้อมล้อหมุน ออกเดินทางกันได้เลย

ไม่ลืมที่จะเก็บภาพสวย ๆ ของที่นี่ อีกซักหน่อย

ทางเข้า Mt Iron track อยู่ตรงข้าม เยื้อง ๆ กับ Puzzling World http://www.puzzlingworld.co.nz/ หาไม่ยากค่ะ

ถึงหน้าทางเข้า

มา ๆ let’s walk !

ท่านใดพาเจ้าตูบมา กรุณารับผิดชอบอุนจิของเจ้าตูบด้วยนะจ๊ะ

ทางเดินเป็น loop จะ คือ เราเดินวนรอบ ๆ ภูเขาลูกเล็ก ๆ นั่นเอง

ค่อย ๆ เดินขึ้น ทางไม่ค่อยชันเท่าไหร่ มีเฉพาะแค่บางช่วงสั้น ๆ เท่านั้นที่ทางชันค่ะ คนฟิต ๆ หน่อย เดินสบาย

ขึ้นไปซักพัก เริ่มเห็นวิวเมือง

แวะถ่ายรูปกันเป็นพัก ๆ

และ เดินกันต่อ

สลับถ่ายรูป

มีต้นไม้ แปลก ๆ

อีกนิดเดียว ใกล้ถึงจุดชมวิวแล้วค่ะ

แท่น แท๊นนนนน

แอบถ่ายน้องคนนี้ สบายจัง ปลีกวิเวกมาอยู่บนนี้

ชมวิว ซักพัก ก็เดินลงกัน

มาเที่ยวช่วงนี้ ใบไม้เริ่มเปลี่ยนสี จะเห็นสีเหลือง ส้ม แดง เป็นระยะ ๆ

enjoy ทิวทัศน์กันแล้ว ถึงหน้าที่ ๆ ต้องรับผิดชอบกันบ้าง

สำหรับ นักท่องเที่ยวแบบรถบ้าน อย่างเรา ๆ เราต้องรู้ อะไรที่เราไม่ควรขาดตกบกพร่อง

ฮ่า ๆๆ คิดแล้วก็ขำค่ำ ตอนแรก เราคุยกันว่า ควรจะกินมื้อเที่ยงก่อน ค่อยแวะ dump station ดีไม๊ จะได้เจริญอาหารหน่อย

ไล้บอก แวะก่อนแหละดี จะได้พิจารณาเห็นอยู่เนือง ๆ รับรู้ว่า สิ่งที่เรากินเข้าไป สุดท้ายแล้วก็เหมือน ๆ กัน แค่อิ่มท้อง แค่ช่วยให้ร่างกายเราทำงานได้ตามควร มีลมหายใจอยู่ต่อไป ไม่ต้องตะกละตะกลาม  ฮ่า ๆๆ

ว่าแล้ว เชิญรับประทานอาหารกลางวัน

แต่ เสบียงพร้อมอ่ะ !!!

อ้อ เราจอดรถกันตรงลานจอดรถหน้า Lake Wanaka

วิวสวยงาม ทานอาหารไป ชมทะเลสาบไป

อิ่มท้องแล้ว เดินเล่นในเมืองต่อ

ก่อนออกไปเดินเล่น มีรถเก๋งคนนึงมาจอดแวะชมวิวข้าง ๆ รถบ้านเราด้วย

ลมแรง ยังก๊ะ ลมทะเล

แล้วก็ย้ายมาเดินทางฝั่งถนนบ้าง เหมือนจะมีงานอะไรซักอย่าง มีคนมาวาดภาพที่ลานกลางแจ้ง

มี พล๊อตเก๋ ๆ บนทางเดิน ดูที่อิฐสีส้ม ที่ปูระหว่างทางนะคะ

จะบอก เหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ใน NZ และ รอบโลกไว้

เราลุ้นกันว่าจะยาวไปถึงปีเกิดของพวกเราหรือเปล่า

1974 & 1975

อิ่มหน่ำสำราญ แวะ i-Site หรือ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว สอบถามว่า แถวนี้ ถ้าไม่ใช่ทาง Lake Hawae แล้ว มีที่ให้เรา Freedom Camping ไม๊

เค้าบอกว่า ไม่มี ที่นี่ไม่อนุญาติให้ freedom camping จ๊ะ

ส่วนใหญ่ ทุก ๆ เมืองค่ะ เวลาเราเริ่มเข้าสู่ตัวเมือง เราจะเจอป้ายแบบนี้

นั่นคือ ไม่อนุญาติเลยนะคะ ไม่งั้น โดนปรับ 200 NZD

และ พอเริ่มขับห่างออกจากตัวเมือง หากเจอป้ายแบบนี้

นั่นหมายถึง อนุญาติให้แค้มป์เฉพาะรถบ้าน ที่มีห้องน้ำในตัว คือ สามารถรับผิดชอบอะไร ๆ ของตัวเองได้

ซึ่ง รถบ้านแบบนี้ ส่วนใหญ่จะจดทะเบียนเรียบร้อย มีสติกเกอร์แบบนี้ติดที่รถค่ะ

กลับมาเรื่องของเย็นนี้กันต่อ

พวกเราปรึกษากันว่า เราจะขับไปทางจุดหมายวันพรุ่งนี้ แล้วค่อยหาเอาดาบหน้า หรือว่าจะพักที่นี่

ตอนนั้น เวลาประมาณ 16:00 น. ละ เราเกรงว่าจะใช้เวลานานเกิน และ ถ้าเลยไปทาง Holiday Park หน้าตาดีอยู่ที่นึง

วันนี้ไปพัก Holiday Park กันก่อนดีกว่า เพราะ แบตกล้องเราใกล้หมดแล้วด้วย จะได้ชาร์จแบตเตอรี่กัน

ตกลงว่าตามนั้น เดินกลับไปที่รถ

ย้อนนนนนนนนน กลับไป ก่อนที่เราเดินเล่น สงสัยกันไม๊คะ ว่าทำไมเรากล่าวถึง

“ก่อนออกไปเดินเล่น มีรถเก๋งคนนึงมาจอดแวะชมวิวข้าง ๆ รถบ้านเราด้วย”

ฮ่า ๆๆๆ  ก็น่านนนนน งัย  เดินกลับมา 2 คนในรถ จากนั่งชมวิว กลายเป็น ฉายหนังสด !

เราเดินผ่านรถเค้าแบบเกรงใจ ไม่กล้าหันไปมอง ทำเหมือนเป็นเรื่องธรรมชาติ เห็นทะเลสาบ เห็นภูเขา

แล้วก็ เปิด Campermate ตามทางไป Glendhu Bay Lakeside Holiday Park http://www.glendhubaymotorcamp.co.nz/

Holiday Park แห่งนี้ สวยงาม สงบร่มรื่น ไม่แพ้ DOC Campsite เลยค่ะ

ถ้าจำไม่ผิด Powered Site คนละ 16 NZD จ่ายเงิน แล้ว ขับเข้าไปเลือกตำแหน่งได้เองเลย

นั่งดื่ม ชมวิว รับความเย็นกันก่อน

[ หนาวพอสมควรเลย ถุงมือ ผ้าพันคอ ครบ ]

นั่งเล่นกันได้ครู่ใหญ่ ๆ ฝนตกปรอย ๆ เลยเปลี่ยนไปอยู่ในรถบ้าน ทำอาหารเย็นกินกัน

วันนี้ ไฟฟ้าเราเต็มพิกัด เปิดไฟให้สว่าง ๆ

อาหารเย็นพร้อมแล้ว ขอเปลี่ยนเป็นโหมดโรแมนติค

[ Sirloin ชิ้นนั้น อร่อยม๊ากกก ซื้อสำเร็จ หมักเรียบร้อย แพคแบบสูญญากาศมาอย่างดี ]

เทียน เป็นสิ่งที่ควรนำไปด้วยอย่างยิ่ง เพิ่มความโรแม๊นซ์ได้ดี

แล้วก็ นั่งดื่มกันต่อไป อากาศเย็น ช่วยให้ร่างกายพวกเราทนทานกับแอลกอฮอล์เป็นพิเศษ

มีสัญญาณโทรด้วย ใช้เน็ตได้ สร้างความเพลิดเพลิน

เตียง King Size ทำให้เราสามารถบริหารร่างกายได้สะดวก

บ้างก็ซิทอัพกันคนละ 50 ที  บ้างก็โยคะ ฮ่า ๆ

กิน ดื่ม กันเยอะอ่ะนะ แคลอรี่อิน แล้ว แคลอรี่เอ้าท์ บ้าง

คืนนี้ เรามีฮีตเตอร์ใช้ ยิ่งเราพักที่ Holiday Park ด้วย เราเลยไม่วิตกจริตเหมือนเมื่อคืน

คืนนี้ เลยเป็นคืนแรก ที่เรานอนหลับสบายที่สุด นับตั้งแต่วันแรกที่ออกจากกรุงเทพ

เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ ราตรีสวัสดิ์ ZzzzzZZZzz